1. Period Style in Design for Theatre: B
เช็กเกรดตอนไปจัดงาน Colorado Thespian Festival เจ้าของวิชาก็นั่งหน้าแป้นอยู่แถวนั้นแหละ พร้อมกับเพื่อนร่วมวิชาอีกครึ่งห้อง ความรู้สึกขณะนั้นของทุกคนคืออยากลุกไปเตะอาจารย์มาก (บาปนะนี่) เพราะวิชานี้เป็นวิชาใหม่เอี่ยมที่ไม่เคยมีการสอนมาก่อน แล้วอาจารย์ก็เตรียมการสอนได้ย่ำแย่มาก ส่งผลให้นักเรียนทำคะแนนได้ห่วยมากเช่นกัน โกรธตรงเกรดมันฉุดเกรดเฉลี่ยนี่แหละค่ะ ซวยเพราะเป็นหนูทดลองแท้ๆ
2. Graphic Design I: A
อันนี้ดีใจมาก เพราะยากสุดๆ อาจารย์แรงได้อีกค่ะ วิจารณ์งานทีนักเรียนแทบอยากวิ่งไปโดดบ่อน้ำพุกันเลยทีเดียว คืนก่อนส่งงานไฟนอลนี่ค้างห้องดีไซน์กันเลยค่ะ ทำแบรนด์ร้านเสื้อผ้า แย่งไอแมคแย่งปริ้นเตอร์ยักษ์กันสนุกสนาน แถมหมึกมาหมดตอนตีสอง ทั้งห้องแทบจะกรี๊ดเพราะคุณเธอเอาหมึกสำรองไปล็อกเก็บไว้ค่ะ (ไม่แปลกใจ หมึกปริ้นเตอร์ยักษ์ตลับละเป็นร้อยดอล หมึกเครื่องกลอสยิ่งแพงกว่า เป็นเราๆก็ล็อกค่ะ) เลยได้ฤกษ์งัดตู้กันกลางดึก ดีนะห้องนี้ติดรหัส ยามเข้าไม่ได้ 555 ตอนเช้ามาส่งงาน ตาปรือกันเป็นแถว
3. Stage Costuming I: A
ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริงๆค่ะ อีกหนึ่งวิชาออกแบบมหาโหด ให้เวลาอ่านสคริปต์พร้อมตีความแค่สองวัน แถมแต่ละเรื่องก็ไม่ใช่เด็กๆ เจอเชกสเปียร์เข้าไปสอง เชอริแดนหนึ่ง พิกเมเลียนอีก (ถ้าไม่คุ้นให้นึกถึง My Fair Lady ที่ออเดรย์ เฮปเบิร์นเล่นอ่ะค่ะ ดัดแปลงมาจากบทเรื่องพิกเมเลียนนี่ล่ะ) ปิดคอร์สด้วยมิวสิคัลแฟนตาซี เจริญๆเถอะค่ะ ใครไม่เก่งวาดรูปลงสีนี่มีสิทธิ์ตายคาบอร์ดได้ เพราะอาจารย์แกเล่นเอางานขึ้นบอร์ดประจานกันเลย เพื่อนร่วมคณะก็ผ่านไปผ่านมาวิจารณ์กันอย่างเมามัน แบบไม่เกรงใจเจ้าของเลย ดีตรงที่อาจารย์ไม่ค่อยเรื่องมากเรื่องตัวอย่างผ้าหรือวัสดุ บางทีก็หาไม่ได้ อุปาทานเอาจากแบบเองละกัน
4. Piano I: A
เรียนสนองนี้ดตัวเองค่ะ อยากมานานเลยเล่นซะหน่อย ซ้อมบ่อยเวอร์เพราะห้องซ้อมอยู่ติดแล็บกราฟิก เลยใช้เป็นเครื่องระบายอารมณ์ อาจารย์ชมว่าเล่นนิ่มมาก ปลื้มค่ะเลยขอต่อคอร์สซะเลย
5. History of Architecture: B
อีกแค่ 3 เปอร์เซ็นต์จะได้เออยู่แล้ว ไปเรียนทุกวันไม่เคยขาดเลยนะ ถึงมันจะเป็นตอนแปดโมงเช้าก็เหอะ รีเสิร์ชประจำเทอมก็คะแนนเยอะจะตาย สรุปเจ็บใจจัง ฉุดเกรดอีกแล้วสินี่
6. Dramatic Literature I: C
สุดยอดแห่งวิชาเฮงซวยประจำปีค่ะ ให้ตาย เพื่อนเม้าท์กันว่าอาจารย์เมายา เพราะแกเล่นสั่งเปเปอร์ทีละสาม บทละครสองวันเรื่องนึง อาจารย์คะมหาลัยนะไม่ใช่สำเพ็ง มีเหมาโหลถูกกว่าด้วย แต่ละเรื่องก็ยากชะมัด ตั้งแต่กรีกโรมันไล่มาจนถึงเชกสเปียร์ แล้วก็บทละครสมัยศตวรรษที่ 18 อุตส่าห์เขียนเปเปอร์พิเศษเพิ่มจากที่อาจารย์สั่งไป 1 ฉบับ แทนที่อาจารย์จะเพิ่มคะแนนให้ แกกลับเอาไปรวมหารด้วยเฉยเลย อย่างนี้ก็มีด้วย
แถมเรื่องที่เสียคะแนนมากสุดคือแกรมม่ากับการสะกดคำค่ะ จะอะไรนักหนา ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองของเรานะคะ ขนาดเด็กอเมริกันมันยังทำไม่ได้อย่างที่คุณบอกเลย แล้วเราก็พยายามแล้วด้วย ไปปรึกษาแผนกภาษาก็แล้ว ให้เพื่อนช่วยปรู๊ฟก็แล้ว นี่คุณอคติมากไปไหมคะ เค้าโครงอะไรของเราก็โอเคหมดแล้วนี่นะ จุดประสงค์คือการเรียนโครงสร้างไม่ใช่เหรอคะ มาจุกจิกมากไปกับเรื่องหยุมหยิมพวกนี้หรือเปล่า เจ็บใจตรงพยายามสุดๆแล้วแต่ก็ยังได้เท่าคนที่ไม่พยายามนี่แหละค่ะ แล้วจะพยายามไปทำไม เอาเวลาไปทำอย่างอื่นจะคุ้มกว่าไหม?
อารมณ์เสีย......
ที่แย่ที่สุดคือวิชานี้มีสองภาคค่ะ เทอมหน้าจะต้องลงตัวภาคสอง อยากจะกรี๊ด วิชานี้ถึงขั้นทำเพื่อนเราย้ายเมเจอร์หนีไปเลยนะ ลีน่าบอกว่าไม่อยากทนแล้ว เราก็ไม่อยากค่ะ แต่ทำไงได้ล่ะเนอะ
สรุปเทอมหน้าเละแน่ๆ มีเจ้าตัวนี้ บวกออกแบบฉากขั้นสูง, Stage Lighting I, Typography, คอมพิวเตอร์กราฟิกขั้นต้น แล้วไหนจะยังมีเปียโนกะบัลเล่ต์อีก นี่เราหาเรื่องอะไรใส่ตัวเนี่ย
ปล. เฮ้ย แก้ spacing เป็นร้อยรอบแล้วนะเฟ้ย ไม่ได้สักที
edit @ 14 Dec 2010 16:25:35 by Mezzanotte